Tuesday, August 2, 2011

เครื่องบินรบในอนาคต (Future Fighters) [ที่อ้างอิงโดย : ร.อ.วรชาติ สัตยเลขา]


เครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุด คงไม่พ้น เครื่องบิน F-22 และเครื่องบิน F-35 ที่กำลังผลิตของทางสหรัฐอเมริกา โดยเครื่องบิน F-35 เป็นเครื่องบินรบเอนกประสงค์ที่พัฒนามาเพื่อทดแทนเครื่องบินหลายประเภท (F-16, A-10, F/A-18, AV-8B) ในกองทัพบก, เรือ, อากาศ และนาวิกโยธิน ของเหล่าทัพสหรัฐ ฯ รวมทั้งสำหรับกองทัพอากาศและกองทัพเรือ สหราชอาณาจักร ฯ
F-35 Lighting II
ขีดความสามารถหลัก คือ บินล่องหน หลบเรดาห์ได้ มีอาวุธ อากาศสู่อากาศ อากาศสู่ภาคพื้น อากาศสู่เรือ ปีนกล และระบบหลายชนิดโยธิน ของเหล่าทัพสหรัฐ ฯ รวมทั้งสำหรับกองทัพอากาศและกองทัพเรือ สหราชอาณาจักร ฯ โดยเป็นการลงทุนร่วมระหว่างประเทศสหรัฐ ฯ สหราชอาณาจักร อิตาลี ฮอล์แลนด์ แคนาดา ออสเตรเลีย นอร์เวย์ เดนมารก์ อิสราเอล และสิงคโปร์
อย่างไรก็ดีทางรัสเซีย ก็ได้ทำความร่วมมือกับอินเดียเพื่อผลิตเครื่องบินรบแห่งอนาคต รหัส PAK-FA ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องบิน Mig-29 แต่ไม่ใหญ่เท่า Su-27 โดยใช้เทคโนโลยีจากเครื่องบิน Su-47 และ Mig 1.44 โดยเครื่องบินชนิดนี้จะทำการแทนที่ Su-27 และ Mig-29 โดยเครื่องบินลำใหม่นิ้จะมีขีดความสามารถ อากาศสู่อากาศ อากาศสู่ภาคพื้น อากาศสู่เรือ รวมทั้งความสามารถ AESA Radar โดยใข้เครื่องยนต์ AL-41F หรือดัดแปลงจากเครื่องนี้ โดยทางด้านสหรัฐ อเมริกายังไม่ได้มีโครงการสร้างเครื่องบินมาเป็นคู่แข่ง PAK-FA ณ เวลานี้ เครื่องบิน PAK-FA น่าจะพร้อมบินในปี 2012-2015
PAK-FA
ทางด้านฝรั่งเศสก็ได้พัฒนาเครื่องบินไร้คนขับแบบล่องหนออกมาในรหัสเครื่อง Dassault AVE-C Moyen Duc โดยทำการบินครั้งแรกเมื่อ 2004 สำหรับการใช้งานของกองทัพบกฝรั่งเศส ภารกิจหลักคือการสอดแนมและเก็บข้อมูล
Dassault AVE-C Moyen Duc
กองทัพอากาศสหรัฐ ฯ ได้ทำการทดสอบเครื่องบิน X-29 เป็นเวลากว่าสองทศวรรษ โดยที่เครื่องบินลำนี้มีปีกที่พับไปด้านหน้าได้ โดยมีการดัดแปลงปีกใหม่ใหทำการเปลี่ยนตำแหน่งได้ โดยปีกนี้จะทำให้เครื่องบินเคลื่อนที่ได้ดีขึ้นและ X-29  เป็นเครื่องบินที่มีวงเลี้ยวแคบที่สุดในโลก โดย NASA ได้ทำการพัฒนาและวิจัยเครื่องลำดังกล่าว โดยเครื่องบินนี้ได้ทำการบินทั้งหมดกว่า 374 เที่ยวบิน ปัจจุบันยังไม่มีการผลิตเครื่องบินดังกล่าวมาใช้งาน
X-29: The Switchblade
โครงการความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือสหรัฐ ฯ และหน่วยงานวิจัยกระทรวงกลาโหมเยอรมัน กับบริษัท EADS ได้พัฒนาเครื่องบิน X-31 experimental aircraft ที่สามารถลงจอดในมุม 24° และความเร็วต่ำที่ 121 knots และสามารถลงจอดได้โดยอัตโนมัติ
X-31 Vector
โครงการทดลอง X-36 เครื่องบินไม่มีหาง เป็นอีกโครงการหนึ่งที่กองทัพสหรัฐ ฯ ได้ทำร่วมกับ NASA และ Boeing โดยเป็นโครงการพัฒนาเครื่องบินรบในอนาคตที่ทำมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เป็นการทดสอบเครื่องบินความเร็วสูงควบคู่กับเสถียรภาพทำให้น่าจะเหมาะสมเป็น เครื่องบินรบในอนาคตอย่างแท้จริง ปัจจุบันยังไม่มีความก้าวหน้าจากทั้งสองฝ่ายว่าจะพัฒนาเครื่องบินลำนี้ต่อไป เป็นเครื่องบินรบหรือไม่
X-36 Tailless Fighter Agility Research Aircraft
ภาพข้างล่างนี้เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงสูง ที่ไม่มีคนขับ และสามารถไปถึงทุกที่ในโลกภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมง โดยยังเป็นความลับสุดยอดที่ยังไม่มีประเทศใดเปิดเผย แต่คาดว่ามีหลายประเทศกำลังศึกษาอยู่
เครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงสูง-ขั้นความลับ -ลับที่สุด
ทางด้านสหราชอาณาจักร ก็มีโครงการ Future Offensive Aircraft (FOA) โครงการที่รัฐบาลตั้งงบวิจัยเพื่อแทนที่เครื่องบินของกองทัพอากาศและกองทัพ เรือสหราชอาณาจักร โดยเครื่องบินข้างล่างอาจมาแทนที่เครื่องบิน Tornado GR.4 interdictor strike aircraft และที่เหลือเป็นภาพทางศิลป์สำหรับแนวทางเครื่องบินโจมตีในอนาคตของกองทัพสห ราชอาณาจักร
The Future Offensive Aircraft (FOA)
 
Artist's impression of a FOAS manned aircraft launching Conventional Air-Launched Cruise Missiles (CALCM)
FOAS is a comprehensive strike system which includes a Conventional Air Launched Cruise Missile, launched from a large non-penetrating aircraft, together with Manned Aircraft and Uninhabited Vehicles.
Weapons system characteristics include hard-target kill capability, modular payload options and co-ordinated attack capability.
Artist's impression of a FOAS military transporter launching Conventional Air-Launched Cruise Missiles (CALCM)
Artist's impression of a FOAS unmanned aerial vehicle after deployment from a conventional aircraft.
The Future Offensive Air System Schematic
Options being evaluated for the FOAS Manned Aircraft include THE Lockheed Martin F-35 Joint Strike Fighter or derivatives of the Eurofighter.
เชิญชมคลิปตัวอย่างเครื่องบินเหล่านี้ได้เลยครับ

เครื่องบินรบยุคที่ 5 ของรัสเซียจะทำการบินเที่ยวแรกในปี 2009


เครื่องบินรบยุคที่ 5 ของรัสเซียจะทำการบินทดสอบเที่ยวแรกก่อนสิ้นปีนี้ รองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบงานจัดหายุทโธปกรณ์กล่าวเมื่อวันพุธที่ 21 มกราคม ที่เมือง ASTRAKHAN
"เราคาดว่าเครื่องบินนี้จะขึ้นสู่ ท้องฟ้าไม่เกินสิ้นปีนี้" sergei Ivanov กล่าวในการแถลงข่าวหลังจากการประชุมของคณะกรรมการทางทหารและอุตสาหกรรม
แผนก่อนหน้านี้กำหนดการบินทดสอบเที่ยวแรกของเครื่องบินรบรุ่นใหม่นี้ไว้ในปี 2010 ซึ่งเครื่องบินรบใหม่นี้จะมีขีดความสามารถในด้านการ maneuver สูงและเรดาร์ตรวจจับได้ยาก (Stealth) เพื่อการครองอากาศและมีความแม่นยำในการทำลายเป้าหมายภาคพื้นดินและทะเล
เครื่องบินรบเอนกประสงค์ขั้นก้าวหน้าของรัสเซียกำลังทำการพัฒนาโดยบริษัท Sukhoi ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในกลุ่ม United Aircraft Corporation (UAC) ของรัสเซีย และกำลังพัฒนาร่วมกับบริษัท Hindustan Aeronautics Limited (HAL) ของอินเดียภายใต้ความตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลเมื่อ ตุลาคม 2007
รัสเซียและอินเดียจะพัฒนาเครื่องบินรบในสองรุ่นประกอบด้วยรุ่นสองที่นั่งที่ ตอบสนองความต้องการตามหลักนิยมการครองอากาศของอินเดีย และรุ่นที่นั่งเดี่ยวสำหรับกองทัพอากาศรัสเซีย
รุ่นของรัสเซียจะทำการสร้างที่โรงงานสร้างเครื่องบินเมือง Komsomolsk on Amur ทางภาคตะวันออกของรัสเซีย
Ivanov กล่าวว่าทางโรงงานใกล้จะประกอบเครื่องบินรบยุคที่ 5 ต้นแบบลำแรกเสร็จแล้วแต่กำลังอยู่ในช่วงการทดสอบความทนทานที่พื้น ที่ในศูนย์วิจัยในอำเภอ Zhukovsky ใก้ลกรุงมอสโคว์
อย่างไรก็ตามเครื่องบินต้นแบบลำที่สองจะสร้างเสร็จและจะขึ้นสู่ท้องฟ้าใน ปลายปีนี้ เขากล่าว
Ivanov ยังกล่าวเมื่อวันพุธอีกว่าโรงงานผลิตอากาศยานจะตรวจสอบและปรับแต่งโปรแกรม การทดสอบและวิธีการบางอย่างตามความทันสมัยของอากาศยานใหม่นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
อินเดียและรัสเซียร่วมมือกันเพื่อดำเนินการพัฒนาเครื่องบินรบรุ่นที่ 5

Tuesday, October 26, 2010

เชิญสื่อมุสลิม ขึ้นเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน CVN73








ประมวลภาพ

uss
uss
uss
uss
uss
ไทเกอร์เข้าชม
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
uss
สำนักข่าวมุสลิมไทย เชิญสื่อมุสลิม ขึ้นเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน CVN73
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 53 สถานทูตอเมริกา ประจำประเทศไทยได้เชิญสื่อมวลชนไทย ร่วมชม เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน CVN73 ทั้งนี้ในส่วนสื่อมวลชนมุสลิมนำโดย สำนักข่าวมุสลิมไทย จำนวน 4 ท่าน นิตยสารนิสา 1 ท่าน หนังสือพิมพ์พับลิค 2 ท่าน และนิตยสารกรรมการกลาง 1 ท่าน รวม 8 ท่านได้ร่วมเดินทางไปกับคณะในครั้งนี้ด้วย
โดยเรือ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน จอดเทียบท่าที่ชลบุรี ทั้งนี้ในเบื้องต้น ทราบว่าในเรือดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ประจำเรือจำนวน 5,500 คน ซึ่งมีมุสลิมประมาณ 4 คนด้วยกัน
เรือบรรทุกเครื่องบิน USS GEORGE WASHINGTON เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องกันประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการวางกำลังในพื้นที่ ส่วนเจ้าหน้าที่จำเป็นในการรักษาอิทธิพลของสหรัฐฯในต่างประเทศ และด้วยสมรรถนะที่สามารถเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้จึงมีบทบาทสำคัญมากในกรณีเกิดเหตุวิกฤตสากล
และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรก ที่เรือลำดังกล่าวได้เข้ามาจอดเทียบท่าในประเทศไทย
นาวาเอก เดวิด เอ. เลาส์แมน ผู้บังคับการเรือ กล่าวว่าการแวะเทียบท่าเช่นนี้ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของท้องถิ่น เพราะเจ้าหน้าที่บนเรือ 5,500 คนจะต้องลงพื้นที่ ซึ่งคนหนึ่งอาจจะใช้ค่าจ่ายกว่า 500$ (15,000บาท) อีกทั้งจะเป็นประโยชน์ในการสร้างสัมพันธ์ของสองประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความมั่นคงในภูมิภาคด้วย
ฟอร์ด เจ้าหน้าที่ช่างเรือ กล่าวกับผู้สื่อข่าวมุสลิมไทย ว่าเป็นครั้งแรกที่มาเยือนเมืองไทย หน้าที่รับผิดชอบในเรือคือดูแลเกี่ยวกับเครื่องกลต่างๆ ซึ่งมาเมืองไทยในครั้งนี้ เขาและเพื่อนจะไปเที่ยวที่พัทยา หนึงคืนและไปที่กรุงเทพฯอีก 2 คืน พร้อมบอกว่าเพื่อนๆของเขา หลายคนตื้นเต้นมากที่ได้มาเมืองไทย โดยทั้งนี้พวกเค้าได้เตรียมการเกี่ยวกับการเที่ยวเป็นเดือน
พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า อยู่ในเรือมีการทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งมีชั้นเรียน เหมือนกับวิทยาลัยทั่วไป พร้อมทั้งบอกว่า เจ้าหน้าที่บนเรืออายุเฉลี่ยประมาณ 20 ต้นๆ ซึ่งโดยส่วนมากในส่วนของทหารเรือสหรัฐฯ เรือดังกล่าวนี้ จะมีความพร้อมเป็นอย่างมาก ในทุกๆเรื่อง
จุดที่น่าสังเกตุ คือในเรือลำดังกล่าว มีทหารที่เป็นชาวไทยด้วย 2 ท่านและเป็นพี่น้องกันด้วย
ความประทับใจ
 - ประทับใจมาก เพราะเป็นเรือที่ใหญ่ ที่สุดในชีวิต ที่ได้สัมผัส
- ได้มีโอกาสนั่งบนเก้าอี้ ที่ไทเกอร์วูดส์ นั่งดังภาพ (ข้างบน)
- ถามว่าเรือลำนี้ใหญ่หรือไม่ เล็กกว่าที่คิด/เล็กกว่าภาพที่เราเคยจิตนาการไว้
- เรือขนาดนี้ บรรจุคน 5,500 คน ซึ่งระบบการจัดการต่างๆดีมากๆ คนหลายพันคนอยู่รวมกันได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
- ทุกชาติ/ทุกศาสนา อยู่ร่วมกันโดยไม่มีความขัดแย้ง (ผู้บังคับการเรือ กล่าว)
- มีมุสลิมตั้ง 4 คน (คาดเดาว่าคงไม่มี)
น่าเสียดาย
- ไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมเลย
- ไม่มีโชว์การบินของเรื่องบินต่างๆ หรืออย่างน้อยน่าจะมีการโชว์การขึ้นลงของเครื่องบินบนเรือ
- น่าจะเปิดให้ชมห้องทำงานอื่นๆด้วย (ได้ชมแต่ "สะพานเดิมเรือ" พื้นที่ยกสูงขึ้นจากดาดฟ้าเรือ สําหรับนายเรือหรือนายยามเรือเดิน หรือสําหรับต้นหน กัปตันเรือ หรือผู้บังคับการเรือควบคุมและสั่งการเกี่ยวกับการนําเรือในน่านนํ้าให้ ปลอดภัย, สะพานเดินเรือใช้เป็นหอบังคับการด้วย)